ลุ้น! ‘พิโกไฟแนนซ์’ พระเอกยามยาก แก้หนี้นอกระบบ ขวัญใจคนจน

ปัญหา “หนี้นอกระบบ” เป็นเหมือนสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารพาณิชย์ได้ ทำให้มีความจำเป็นต้องใช้การกู้หนี้ยืมสินจากนายทุนนอกระบบ และต้องยอมแบบรับความเสี่ยงจากดอกเบี้ยสุดโหด

จากตัวเลขที่ผ่านมา พบว่า ปัจจุบันไทยมีลูกหนี้นอกระบบทั่วประเทศอยู่ถึง 1.185 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าหนี้ราว 123,000 ล้านบาท ซึ่งทางกระทรวงการคลัง ก็ไม่ได้นิ่งเฉยกับปัญหาดังกล่าวและได้มีความพยายามที่จะแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือเรื่องมติ ครม. ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ และตั้งเป้าช่วยเหลือลูกหนี้ตามมาตรการ ให้ได้ร้อยละ 20 ต่อปี หรือเฉลี่ย 240,000 รายต่อปี คิดเป็นมูลค่าที่หนี้ประมาณ 25,000 ล้านบาทต่อปี

ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยว่า ได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขหนี้นอกระบบทั้งหมด ตั้งแต่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อซักซ้อมการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบ

ตั้งพิโกไฟแนนซ์แก้หนี้นอกระบบ คุมดอกเบี้ยไม่เกินปีละ 36%

สำหรับสาระสำคัญของการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบครั้งนี้จะเป็นแบบครบวงจร โดยครม. ได้เห็นชอบให้ดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ปล่อยกู้และคิดดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายกำหนด ซึ่งโทษหนักตามกฎหมายที่กระทรวงยุติธรรมดำเนินการอยู่ คือ จำคุกถึง 2 ปี โดยทางรัฐบาลได้มีทางเลือกให้กับเจ้าหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยแล้ว คือ หากจะทำธุรกิจปล่อยเงินกู้รายย่อยแต่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ที่คิดดอกเบี้ยสูงกว่า เกิน 15% ต่อปี ก็ให้มาจดทะเบียนเป็น “พิโกไฟแนนซ์” หรือ โครงการสินเชื่อเพื่อประชาชนใช้บริโภคกรณีฉุกเฉิน กับทาง สศค.

สำหรับเกณฑ์ตั้งพิโกไฟแนนซ์ จะต้องใช้ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 5 ล้านบาท ปล่อยกู้ต่อราย 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ยไม่เกิน 36% ต่อปี ใช้เงินทุนตัวเอง ห้ามปล่อยกู้ข้ามจังหวัด ฝั่งของลูกหนี้นั้น จะมีหน่วยงานของรัฐ ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. โดยทั้ง 2 ธนาคารจะมีการตั้งหน่วยงานถาวรเข้าดูแล เพื่อให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

ในส่วนของลูกหนี้ ครม. ได้ให้ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ตั้งหน่วยงานแก้ปัญหาหนี้นอกระบบขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของธนาคาร และต้องเป็นหน่วยงานที่มีอยู่ในโครงสร้างของธนาคาร ไม่ได้เป็นงานที่ทำเฉพาะกิจเหมือนที่ผ่านมา
โดยหน่วยงานแก้หนี้นอกระบบ จะทำหน้าที่ช่วยลูกหนี้นอกระบบให้มีภาระที่ลดลง อาทิ โอนเข้ามาเป็นลูกหนี้ของธนาคารคิดดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งการปล่อยกู้ฉุกเฉินให้กับผู้มีรายได้น้อย เพื่อจะไม่ต้องไปกู้หนี้นอกระบบ

ขณะที่ ลูกหนี้นอกระบบที่มีปัญหากับเจ้าหนี้นอกระบบและไม่สามารถตกลงแก้ไขได้ ก็มีคณะกรรมการเจรจาหนี้ในแต่ละพื้นที่ดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว รวมถึงมีอนุกรรมการฟื้นฟูอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย เพื่อจะได้มีความสามารถชำระหนี้มากขึ้น

คนส่วนใหญ่ชอบกู้เงินนอกระบบ เพราะขั้นตอนไม่ยุ่งยาก

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้ลงพื้นที่ไปสำรวจมุมมองถึงมาตรการการแก้ปัญหาของรัฐบาลเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ จากพ่อค้าแม่ค้าประจำตลาดนัดวันหยุดชื่อดังของกรุงเทพฯ ซึ่ง นายมานพ ทองเย็น อายุ 58 ปี อาชีพ พ่อค้าขายเสื้อผ้า ได้กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวหาสามารถทำได้สำเร็จ ก็ย่อมเป็นเรื่องที่ดีแน่นอน แต่คิดว่าคนส่วนใหญ่ยังชอบกู้เงินนอกระบบอยู่เพราะขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน มันเป็นเรื่องง่ายดายไปหมด และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดึงเจ้าหนี้นอกระบบเข้ามาในระบบเช่นกัน เพราะฉะนั้น ถ้าจะแก้ปัญหาก็อยากให้สร้างความเข้าใจกับประชาชน ว่าขั้นตอน ข้อดี ข้อเสีย เป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือ การสร้างงาน สร้างอาชีพ ปลูกฝังให้ใช้ชีวิตแบบพอเพียงไม่มีหนี้จะดีที่สุด

ส่วน นางสาวแตงกวา (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ-นามสกุล) อายุ 24 ปี อาชีพแม่ค้าขายเครื่องสำอางค์ เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้สิน มาจากเงินไม่พอใช้ มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินก้อน คนส่วนใหญ่ตัดสินใจกู้เงินนอกระบบ เพราะหลักฐานไม่พอที่จะกู้ในระบบอย่างถูกต้อง มีความล่าช้า ไม่ทันต่อความต้องการ เงินได้น้อยกว่าที่ต้องใช้ สำหรับมาตรการการแก้ปัญหาที่รัฐบาลออกมานั้น มองว่าดีที่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเพราะการกู้เงินนอกระบบ อย่างที่รู้กันคือ ดอกเบี้ยมันโหดมาก แต่เชื่อว่าคงจะทำสำเร็จกับแค่บางส่วน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะมีแนวทางการจัดการอย่างไร

นักวิชาการ แนะเพิ่มรายได้ให้ ปชช. ผู้มีรายได้น้อย ควบคู่กับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

ด้าน ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ในฐานะ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการตรวจสอบ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึง การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบและหนี้ครัวเรือนสูง ว่า ปัญหาหนี้นอกระบบนั้นเป็นปัญหายืดเยื้อมานาน การแก้ไขโดยย้ายหนี้จากนอกระบบเข้ามาเป็นหนี้ในระบบเป็นเพียงส่วนเดียวของการแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย หากจะเกิดปัญหาให้ดีขึ้นชัดเจน ต้องมีมาตรการที่ต้องดำเนินการพร้อมกันไป คือ การเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ลดค่าใช้จ่ายโดยทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐานได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกหรือฟรี ส่วนการเป็นหนี้นอกระบบ กันมาแสดงว่า เราไม่สามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อหรือเงินทุนระบบได้ ฉะนั้นต้องเพิ่มบริการไมโครเครดิต ไมโครไฟแนนซ์ในระบบสถาบันการเงิน

ส่วน หนี้นอกระบบก็ให้บรรดาเจ้าหนี้นอกระบบทั้งหลายเข้ามาอยู่ในระบบด้วยการจัดตั้งเป็นพิโกไฟแนนซ์โดยกระทรวงการคลังได้เตรียมการให้มีการจัดตั้งพิโกไฟแนนซ์ ได้เอาหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบให้มากที่สุด ทำธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย สามารถคิดดอกเบี้ยได้ถึง 36% หากไม่เข้ามาอยู่ในระบบ ก็จะถูกดำเนินคดีกฎหมายใหม่ของกระทรวงยุติกรรมหากคิดดอกเบี้ยเกิน 15% จะมีทั้งโทษปรับและติดคุก แม้กฎหมายใหม่จะยังไม่ออกมา แต่คาดว่า จะมีการเร่งให้ผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม การปล่อยกู้ ให้บริการทางการเงิน หรือ คำปรึกษาทางการลงทุนผ่าน Automated advice tools สามารถดำเนินการแทนสาขาธนาคาร หรือพนักงานสถาบันการเงินได้ ทางการควรมีนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดบริการผ่านฟินเทค เพราะเป็นแนวโน้มของโลกการเงินในอนาคตแต่หน่วยงานกำกับ ไม่ว่าจะเป็น แบงก์ชาติ กลต. ก็ต้องพัฒนาระบบและกลไกกำกับดูแลให้ดีเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและดูแลความมั่นคงของระบบการเงิน

ขณะที่ นายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ขอลงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการว่าจะช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้หรือไม่ แต่ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ควรเริ่มจากการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ เข้าใจประชาชนก่อนว่า ทำไมถึงกู้เงินนอกระบบ และต้องมีมาตรการในการที่จะเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐานได้ง่ายขึ้น

Post Author: admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *